วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย โดย คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานศึกษา รวม 6 หน่วยงาน ณ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัย การบริการวิชาการ และการพัฒนากำลังคนเฉพาะทางให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
ผู้แทนลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) พิธีลงนามในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้แทนทั้งเจ็ดองค์กร ได้แก่
ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
ศ.ดร.สุวัจน์ ธัญรส อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และ ดร.ภาณุมาศ สุยบางดำ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
ผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา
คุณสุรียพรรณ์ ณ สงขลา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และ คุณณตฤณ เพ็ชรมี หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา
ผู้แทนจากวิทยาลัยเทคโนโลยีเพชรสยาม
คุณยงยุทธ์ คชศิริ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีเพชรสยาม ผู้มีอำนาจลงนาม และ คุณจิราพร จุลพันธุ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยเทคโนโลยีเพชรสยาม
ผู้แทนจากวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการหาดใหญ่
ว่าที่ร้อยตรีจรินทร์ ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการหาดใหญ่ ผู้มีอำนาจลงนาม และ คุณกมล ศรีสุวรรณ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการหาดใหญ่
ผู้แทนจากบริษัท เบสท์ เพอฟอร์แมนซ์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท แอลเอส เอนจิเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด คุณพิชัย ตรีสุทธามาศ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน และ
คุณสมปราชญ์ จินดาประเสริฐ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล
ผู้แทนจากบริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด
คุณศศิประภา ปิยะพัฒนา กรรมการบริหาร บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด ผู้มีอำนาจลงนาม และ คุณชยพล โอเลย ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด
ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศความร่วมมือในการบูรณาการองค์ความรู้และทรัพยากรระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา และภาคเอกชน ในการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม การจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ ขอบเขตความร่วมมือครอบคลุมการแลกเปลี่ยนบุคลากรและนักศึกษา การพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการทางเทคโนโลยี การใช้ทรัพยากรร่วมกัน การผลิตหรือจัดหลักสูตรร่วม การดำเนินงานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ รวมถึงการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาชุมชน สังคม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง สามารถขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง และก่อให้เกิดต้นแบบความสำเร็จในการพัฒนาภูมิภาคและประเทศในระยะยาว ภายใต้วิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยแห่งโอกาส เพื่อการพัฒนาประเทศให้มั่งคั่ง”























































































































































